เรื่องเล่าจากดอยช้าง-วาวี (3) จากบล็อก โอเคเนชั่น oknation.net

(ความต่อจากตอนที่แล้ว) คณะสองหญิง สองชาย ที่ไม่มีใครเป็นอะไรกัน และเจ้า G-Wagon สีดำ (ที่โชคชะตาพาให้มาเจอะเจอ เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหารถเช่ายากจริงๆในเชียงใหม่) ก็เดินทางมาถึงที่ตัวตำบลวาวี  First Impression ที่เกิดคือ ที่เราคิดไว้ในใจน่ะ มันไม่ใช่เลย  เคยคิดว่า วาวีต้องเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เต็มไปด้วยกระท่อมแบบที่เราเห็นในหนังจีนกำลังภายใน แต่วาวีในความเป็นจริงเต็มไปตึกแถว และมีบ้านเรือนหนาแน่นมากตลอดทางลาดเชิงเขา ถนนเป็นคอนกรีตทั้งหมด แต่ค่อนข้างแคบ ผู้คนก็แต่งตัวแบบเราๆนี่แหละ ไม่ได้เป็นแบบจอมยุทธ์ซักหน่อย ^^

บนยอดเนินมีโรงเรียนชื่อ กวงฟูวิทยาคม ตั้งเด่นเป็นสง่ามาก ผมเห็นแล้วนึกถึงสำนักบู๊ตึ๊ง ถ้ามีจริงจะขอไปเรียนวิชาตัวเบาสักหน่อยจะได้โดดเรียนได้แนบเนียนกว่านี้ พอดีตัวหนังสือในภาพเล็กมาก ผมจะบอกว่าไม่มีตัวหนังสือไทยเลย เค้าจัดบอร์ดถวายในหลวง เป็นเรื่องที่น่ายินดีถึงความเปิดกว้างของสังคมที่ยอมให้คนต่างเชื้อชาติเข้ามาอยู่ร่วมกันและใช้ชีวิตในรูปแบบที่ตัวเองเลือก

ตามคำเล่าลือว่าที่นี่เป็นแหล่งปลูกชาคุณภาพดี ลงมาจากโรงเรียนกวงฟู พวกเราก็แจ้นมาหาที่ชิมชากัน มีโรงงานชาแห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางเข้าตลาด ด้านหน้าเป็นตึกแถวที่เค้าวางขายสินค้าของโรงงาน มีคุณอาเจ้าของ ลงมือชงให้ชิมกันด้วยตัวเอง ซึ่งแกคงจะทำวันละหลายหน เพราะวันต่อมาผมผ่านมาตรงนี้อีก แกก็กำลังบริการอีกคณะหนึ่งอยู่  บนโต๊ะชงชาก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

(ทำไมไม่ถ่ายรูปมาละเนี่ย) คุณอาเอาชามาชงก่อนจะเทน้ำทิ้งไปสองครั้ง น้ำที่สามจึงรินให้เรา โดยใส่ถ้วยใบเล็กๆเอาถ้วยใบใหญ่กว่าปิดปากไว้แล้วกลับหัวลง ประมาณว่าให้เก็บกลิ่นไว้ เวลาจะดื่มดึงถ้วยใบเล็กขึ้น คุณอาเจ้าของบอกว่าต้องบริหารร่างกายก่อนโดยเอาถ้วยมือวางบนฝ่ามือ เอามืออีกข้างมาประกบแล้วหมุนไปมา ผมลองทำตามจึงรู้ว่า มันเป็นกุศโลบาย เพราะถ้วยมันร้อนมากยังไงก็ถือไว้นิ่งๆไม่ได้^^  หลังจากนั้นคุณอาบอกให้เอาถ้วยนั้นมาครอบดวงตาไว้ เพื่อให้ความร้อนไปช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงรอบๆดวงตา จะได้ผ่อนคลาย ผมขอแนะนำเพิ่มเติมว่าไม่ควรกดลงไปนะครับ  เดี๋ยวมันติดขึ้นมาจากสูญญากาศ เวลาดึงออกมาลูกตาอาจจะหลุดติดมาด้วย^^ ท้ายที่สุดเราก็ได้ดื่มชาวาวีชนิดอู่หลงที่นอนนิ่งอยู่ในถ้วยใหญ่ ตามความเห็นของผม กลิ่นและรสค่อนข้างจะ primitive มากเลย (ไม่ใช่ไม่ดีแต่ให้ความรู้สึกธรรมชาติจริงๆ) เนื่องจากผมไม่ใช่คอชาจึงไม่กล้าออกความเห็นเพิ่มเติม แต่ผมเคยไปดื่มชาที่ไต้หวัน กลับมาเมืองไทยหาชาแบบนั้นไม่ได้ มิฉะนั้นคงติดชาน่าดู

ตรงข้ามร้านชานี้มีร้านก๊วยเตี๊ยวเล็กๆร้านหนึ่ง บอกได้เลยว่า ต้องลองนะครับ สำหรับคนที่ไป ถามคนขายแล้วในชามไม่ได้ใส่ชา

จะพาชมเมืองล่ะนะ ที่นี่อุดมไปด้วย Culture ของชาวจีน และคนแก่ๆที่นี่ก็ผู้พูดภาษาภาคกลางไม่ได้ หรือพูดได้แต่เป็นสำเนียงจีนที่ฟังยากมาก  ส่วนเด็กๆแต่งตัวสะอาดสะอ้านต่างจากดอยช้างลิบลับ  ถึงตัวตำบลจะมีการพัฒนาพอสมควรแล้ว เสน่ห์ของที่นี่ก็คงเป็นบ้านไม้เก่า ที่น่าจะเต็มไปด้วยความหลังที่ไม่มีใครทราบ บางบ้านมีคนเอาชอล์กเขียนประกาศไว้ว่า ผีดุ ผมก็จะให้ดูภาพแบบเต็มๆเลยนะครับ

ผมเห็นแผ่นกระดาษหน้าตาแบบนี้ติดอยู่ทั่วไป อ่านไม่ออก ตอนแรกนึกว่าเป็นยันต์อะไรซักอย่าง แต่เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่า เป็นข้อความถวายพระพรในหลวงของเรา

เพื่อนผมกำลังต่อรองราคารองเท้าผ้าที่ถักด้วยมือจากคุณยายคนหนึ่ง (แน่นอนล่ะต้องใช้จักรเย็บผ้าช่วย มือเปล่าทำได้ ก็เกินไป)  แกบอกว่า ใช้เวลาทำคู่ละ 4 วัน ในที่สุดก็ตกลงราคากันได้ที่ 480 บาท (ในเวลาต่อมาเพื่อนอีกคนบอกว่ามีขายแถวถนนวัวลายในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย^^) หน้าตารองเท้าก็เป็นอย่างรูปถัดไปนะครับ ผมเห็นแล้วยังชอบ อยากจะซื้อไปให้ขวัญใจผมเหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะใส่ได้ เพราะรองเท้าไม่มีเบอร์ ผมอยากได้สีแดง ปักเป็นรูปหงส์

ศาลานี้อยู่ตรงหน้าตลาดสด ซึ่งพี่ร้านก๊วยเตี๋ยวใกล้ๆบอกว่า ตลาดสดที่นี่ไม่ขายตอนเช้านะครับ จะขายตอนบ่ายๆอย่างนี้ ข้างหลังผมเป็นปั๊มน้ำมันหลอด น่าจะเป็นแห่งเดียวในตัวเมือง เก๋ไก๋จริงๆ (มีใครเคยสงสัยมั้ยเนี่ยว่าทำไมผมถึงชอบถ่ายรูปของที่อยู่บนหลังคา ^^)

พวกเราวนเวียนอยู่ในตัวตำบลร่วมสองชั่วโมง จึงมุ่งหน้าต่อไปยังเลาลีรีสอร์ทซึ่งเป็นที่พักของเราในคืนนี้ น่าจะเป็นที่พักแนวนี้แห่งเดียวที่วาวี ห้องพักพอใช้ได้ ราคาไม่แพง แต่อาหารจะแพงมาก ห้องที่ผมพักอยู่ริมหุบเขาเล็กๆ มองเห็นไร่ชาที่อยู่ต่ำลงไปวิวดีมาก ตอนโพล้เพล้ดาวศุกร์กับดาวอังคารแข่งกันส่องแสงเหนือหุบเขา ดวงแรกใหญ่เท่านิ้วก้อยเลย และคืนนี้พระจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 100 ปีมั้ง มองพระจันทร์แล้วก็ได้แต่ถอนใจ กลับเข้ามานอนอ่านกราฟถั่วงอกในหนังสือ International Economics ต่อดีกว่า สามตอนไม่ยอมจบ

โปรดติดตามตอนจบได้เร็วๆนี้ … (ว่าแต่ว่า โรงเตี๊ยมที่ทำให้ผมต้องเดินทางมาถึงที่นี่ อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้)

About serithai1
จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ปลีก-ส่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: