ลี่เจียงเมืองในฝัน.

ลี่เจียงเมืองในฝัน…
เป็นดินแดนภูเขาหิมะที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด

ธรรมชาติที่สวยงามเหมือนเมืองในฝัน
ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
ทำให้ลี่เจียงมีเสน่ห์
เป็นเสมือนสวิสแห่งตะวันออก อากาศเย็นสบายราวกับเป็นฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี
ได้ชื่อว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งดอกไม้ เป็นเมืองเก่าชนเผ่านาซีมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี
ที่ได้รับการบันทึกไว้"เป็นเมืองมรกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโก"

 เที่ยวเยือนเมืองต้าลี่สองวันเต็มๆ เช้าวันที่สามก็แบกเป้สองคนลุงกับป้าออกจากโรงแรมหน้าเมือง หาอาหารเช้าง่ายๆแถวท่ารถเมล์ย่านประตูเมืองต้าลี่ แล้วจับรถเมล์ไปยังเมืองใหม่เพื่อไปยังท่ารถ ระหว่างเมือง"เซี่ยกวาน"เป็นชื่อของเมืองใหม่ ซื้อตั๋ว
ไปยังเมืองลี่เจียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของรัฐ
คือบริษัทยูนนานเอสเพรส เป็นรถทัวร์ขนาดเล็กประมาณ 20 ที่นั่ง พอๆกับรถเมล์สายต่างๆที่ใช้วิ่งกันในเมือง แต่มีข้อน่าสังเกตุว่ารถเมล์สายต่างๆ ผู้โดยสารจะขึ้นทางประตูด้านหน้าเท่านั้นเมื่อขึ้นมาแล้วก็จะเตรียมเงินหยวนไว้ตามราคาใส่ลงไปในกล่อง ด้านข้างคนขับที่ตั้งไว้ต้องพอดีราคา ไม่มีการทอนเงินเป็นความซื่อตรงที่ใช้กัน ต่อเนื่องหลังการปกครองแบบสังคมนิยม แล้วก็ทะยอยเดินไปด้านหลังรถก่อนที่จะลงตามจุดหมายทางประตูด้านหลัง
  รถเมล์โดยสาร รถแท็กซี่ และ รถยนต์ทั่วไปในแคว้นยูนนาน เป็นรถที่ประกอบในประเทศส่วนใหญ่ แม้รูปร่างหน้าตาจะเป็นรถเบ็นซ์ รถโฟสวาเก้นส์ หรือยี่ห้อญี่ปุ่นก็จะมีชื่อเป็นภาจีน

เราได้ที่นั่งรถไปเมืองลี่เจียงสายๆก็ออกเดินทางไปตามถนนระหว่างเมือง ที่มีสภาพไฮเวย์
แต่ทางคดเคียวไปมาบนยอดดอย เหมือนเส้นทางที่วิ่งอยู่บนดอยอินทนนท์ของเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาวิ่งจนถึงเมืองลี่เจียงก็ราว 4-5 ชั่วโมง เมื่อถึงท่ารถลี่เจียงเมืองใหม่ ก็รู้ได้ทันทีที่เห็นเอกลักษณ์ ยอดดอยภูเขาหิมะ
  ที่ตั้งของเมืองเก่าลี่เจียงบนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,400 เมตร ริมเทือกเขาอี้ว์หลงซัน หรือเขามังกรหยก ที่ซึ่งยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี โดดเด่นท่ามกลางยอดเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น เทือกเขาเซี่ยงซัน จินหงซันทางทิศเหนือ หรือเทือกเขาซือจึซันทางทิศตะวันตก ที่ล้อมรอบเมือง เป็นแนวกันลมธรรมชาติที่ส่งผลให้สภาพอากาศเย็นสบายราวกับเป็นฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี ได้ชื่อว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งดอกไม้’
  ลี่เจียงนับว่าเป็นดินแดนภูเขาหิมะที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด ธรรมชาติที่สวยงามเหมือนเมืองในฝัน ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก ทำให้ลี่เจียงมีเสน่ห์ เป็นเสมือนสวิสแห่งตะวันออก และดูประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของโลกได้ที่นี่ ลี่เจียงมีพื้นที่ 20,600 ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ถึงท่ารถเมืองใหม่แล้วก็หารถเมล์เดินทางไปยังเมืองเก่าลี่เจียง ตามโพยของคนแบกเป้ที่จดมา แล้วเราก็ยืนอยู่บนความสูงที่ 2 พันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเลของลี่เจียง

 เดินทอดน่องผ่านประตูเมืองลี่เจียง เลียบถนนหลังประตูเมืองไปไม่มากนักพื่อหาที่พักใกล้ๆย่านเมืองเก่า เพราะต้องเก็บกำลังไว้ที่จะเดินย่ำกันต่อ เมืองเก่าทั้งสองเมืองนี้ต้องเดินกันลูกเดียว เพราะเขาเอาหินก้อนใหญ่ๆมาเรียงกันเป็นถนนทั่วเมืองแถมเลาะเลียบเนินเขาเป็ยช่วงๆ มีจักรยานให้เช่าก็หมดสิทธิ์ เตรียมกำลังขาไว้ย่ำเท้าอย่างเดียว

เราได้โรงแรมเรือนไม้แบบจีนโบราณริมทางหน้าสวนสาธารณ ที่จอดรถ และ ร้านค้าด้วยราคาที่ลดแล้วเพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว คืนละ 120 หยวน (ราว 600 บาท)็ถือว่าไม่แพงนักและเป็นที่พักสไตล์ตะวันตก ใกล้ที่เดินเที่ยวเมืองเก่า เข้าที่พักเอนหลังแล้วออกมาหาอาหารกลางวันง่ายๆหน้าโรงแรม แล้วก็เริ่มออกย่ำถนนสายแรกของเมืองเก่าลี่เจียงตอนบ่ายๆ ในอดีตเมืองเก่าลี่เจียงมีชนเผ่าต่างๆ 23 เผ่าอาศัย แต่มีเผ่าดั้งเดิมจำนวน 12 เผ่า ซึ่งชนเผ่าน่าซี (Naxi) ถือเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยในลี่เจียงมากที่สุด เผ่าน่าซีมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดเผ่าหนึ่งในจีน เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาก่อน แต่มาถูกจอมทัพกุ๊บไบข่านตีจนแตกพ่าย

ผังการจัดวางบ้านเรือนกระจายตามตรอกซอยสายเล็กๆ คดเคี้ยวเรียบเลาะลำน้ำสาขาต่างๆของแม่น้ำอี้ว์เหอ ใจกลางล้อมด้วยถนนสี่เหลี่ยม เป็นรูปแบบเฉพาะตัวของการปลูกสร้างในเมืองลี่เจียง นอกจากช่วยสร้างทัศนียภาพที่งดงามแปลกตาแล้ว ยังสามารถตอบรับกับประโยชน์ใช้สอยในการดำรงชีวิต ้วยน้ำใสที่เรียกได้ว่า "น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา"

  ภาพกังหันน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งที่หน้าเมืองลี่เจียง เห็นภาพลี่เจียงที่ไหนก็ต้องเห็นภาพนี้ก่อน และ ภาพลำเหมืองน้ำใสสีครามยามเมื่อต้องกับท้องฟ้า อันมีถนนสองข้างที่ปูทางเดินด้วยหินและ มีพนังกั้นน้ำ รวมทั้งสะพานที่ก็เป็นหินทั้งเมือง
  รูปแบบเดียวกันกับเมืองต้าลี่ที่ย่ำผ่านมาแล้ว แต่นี่คือเมืองลี่เจียงหรือ"ต้าหยัน"ในอดีตที่ยิ่งใหญ่ กว้างขวางกว่า รวมทั้งความวิจิตรสวยงาม ในด้านทิวทัศน์
รวมถึงความเก่าความขลังของวัฒนธรรม และ ศิลปกรรมที่เหนือชั้นกว่าหลายเท่าตัวนัก

ความโดดเด่นของลี่เจียงก็คือมีมรดกโลกอยู่รวมกันถึง 3 อย่าง
อันดับแรกคือ  เมืองโบราณอยู่ในเขตเมืองลี่เจียง นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมชุมชนถิ่นที่อยู่เก่าแก่ของชนเผ่าน่าซีสถาปัตยกรรมจีนโบราณดูสวยงาม กลมกลืน จุดเด่นสำคัญก็คือหน้าบ้านทุกหลังจะมีสายน้ำไหลเวียนผ่านตลอดเวลาไม่มีหยุดนับแต่ก่อตั้งกว่าพันปีน้ำของเผ่าน่าซีถือเป็นเทพเจ้าที่คนในหมู่บ้านเคารพ จึงทำให้น้ำที่ไหลผ่านใสสะอาดอย่างน่าทึ่ง ไม่มีใครทิ้งขยะปฏิกูลลงไป ทุกคนใช้น้ำในการประกอบกิจซักล้างทุกอย่าง อันดับสองที่ยูเนสโก้บันทึกเป็นมรดกโลก ก็คือ มีแม่น้ำ 3 สาย ซึ่งไหลขนานกัน ได้แก่ แม่น้ำจินซาเจียงไหลไปเซี่ยงไฮ้ แม่น้ำโขงไหลไปเขมร และแม่น้ำหลู่เจียงไหลไปพม่าความแปลกประหลาดที่ต้องถูกบันทึกก็คือ แม่น้ำทั้งสามสายไม่สามารถที่จะมาบรรจบกันได้เลย มีบริเวณใกล้ที่สุดระยะ 60 กิโลเมตร ตรงกลางของแม่น้ำมีภูเขาเหล่าจินกั้นกลาง
 

อันดับสาม ก็คือ มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ข้างทะเลสาบหลูกู ซึ่งมีความแปลกประหลาดตรงที่เป็นเป็นหมู่บ้านหญิงล้วน ไม่มีผู้ชายแม้แต่คนเดียว เด็กๆ จึงไม่มีพ่อ ไม่มีปู่ มีแต่แม่กับยายเท่านั้น
  สิ่งปลูกสร้างที่เป็นศิลปะเฉพาะของชนชาติน่าซี ที่มีพื้นฐานมาจากรูปแบบโครงสร้างที่ไม่ใช้คานและเสา  พัฒนาและผสมผสานกันอย่างกลมกลืนกับศิลปะท้องถิ่นของชนชาติฮั่น ทิเบตและไป๋ เมื่อมองดูบ้านเรือนของชาวลี่เจียง พวกเขาค่อนข้างมีฝีมือกับการประดับตกแต่ง โดยเฉพาะบริเวณสำคัญๆ เช่น ซุ้มประตู ผนังกั้น ระเบียง ฉากกั้นประตูหน้าต่าง ลานบ้าน หรือคาน เป็นต้น โดยเน้นการแกะสลักบนงานไม้และหิน เป็นภาพสัตว์ปีก ดอกไม้ ภาพเขียนอักษรจีน และภาพวาดทิวทัศน์ต่างๆ รวมถึงงานกระเบื้องที่งดงาม


ชาวนาซีหนุ่มสาวที่ยังแต่งตัวตามแบบชนเผ่าทั้งผู้ขายของในเส้นทางถนนหมู่บ้าน

ถนนเรียงหินนี้จะมีทุกเส้นทางในเมืองเก่า ที่ลัดไปตามหมู่บ้านแต่จะเชื่อมกันได้ด้วยสะพานหินเป็นระยะและมีลานกว้างเอนกประสงค์กลางหมู่บ้าน ที่มีไว้ประกอบพพิธี ปัจจุบันเป็นลานที่เต้นรำของหญิงชาวนาซี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้
 หมู่บ้านเมืองลี่เจียงเก่า เป็นเมืองที่ไม่มีกำแพงเมือง
เพราะน่าจะเป็นทำเลของหมู่บ้าน ที่อยู่บนริมเนินเขา
สิงโตเป็นยุทธภูมิที่ยากต่อการเข้าตีเมือง เดิมเป็นเส้นทางค้าใหมและใบชา
  อดีตของเจ้าเมืองเมืองนี้เป็นตระกูล "มู่ฟู่"เป็นเจ้าเมืองตั้งแต่สมัยหงวน และ สืบต่อมาอีกหลายชั่วคนในตระกูลเดียวกัน เป็นเวลาต่อเนื่องถึง 170 ปี.

 

เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่สองของลี่เจียง เราต้องปรับโปรแกรมหาเช่ารถท่องเที่ยว ชานเมืองและหมู่บ้านแทนการเดินเท้าอย่างเดียวติดต่อกันมาหลายวันแล้ว  ลานจอดรถเช่าก็อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามที่พัก  ช่วยหาล่ามแปลเจรจากันเป็นที่เข้าใจไปที่ไหนบ้างประมาณว่าเกือบทั้งวันก็ราว 200 กว่าหยวน(พันกว่าบาท)พอๆกับเช่ารถใช้ในเมืองเชียงใหม่

                      
                      ชนเผ่า"นาซี"เก่าแก่ในลี่เจียง      
                      มีวัฒนธรรมรวมๆเรียกว่า"ตงป่า"
                      มีอักษรใช้เป็นของตัวเอง
                      มีหมู่บ้านจำนวนมากอยู่เชิงเทือกเขา"หิมะมังกรหยก"..
                      ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และ มีเจ้าเมืองปกครองนานนับพันปี…
 

   จุดแรกก็มุ่งตรงไปยังเชิงภูเขาหิมะมังกรหยก แต่ไม่ขึ้นไปยอดเขาเพราะรู้สภาพตัวเองที่หนุ่มเหลือน้อย ทั้งหนาวและขึ้นไปถึงระดับความสูงสี่พันกว่าเมตร คงต้องประสบปัญหาระบบหายใจอย่างแน่นอน เอากันแถวหมู่บ้านเชิงเขาที่น่าสนใจและเป็นจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง ไปถึงจุดแรกที่หมู่บ้าน "ไป๋ซา" ห่างจากด้านเหนือตัวเมืองเก่าลี่เจียงไปราวสิบกว่ากิโลเมตร
หมู่บ้านไป๋ซาในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง และ ชุมชนที่ใหญ่มากทางวัฒนธรรมของชาวนาซีมาตั้งแต่สมัยหมิง ก่อนที่จะย้ายไปอยู่เมืองเก่าต้าหยัน(ลี่เจียง) ผ่านเข้าประตูเมืองเก่าไป๋ซาเข้าไปก็จะเห็นวังโบราณ


  (ซ้าย)วังมหาสมบัติ หรืออาคาร"ต้าเป่าจีกง"ที่มีภาพ  จิตรกรรมฝาผนัง พุทธมหายานที่สวยงามมีคุณค่าสูงส่งฯ


  มีทั้งวังด้านหน้าและด้านใน ด้านข้าง
มีระเบียงท้องพระโรงที่จัดแสดงภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาภาพผนังเหล่านี้ ผสมผสานความเชื่อทั้งในลัทธิเต๋า พุทธมหายาน และ พุทธทิเบต  รวมทั้งอดีตภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของเจ้าผู้ครองนคร ในมุมต่างๆรวมราว
ห้าสิบภาพ
  โดยเฉพาะที่อาคาร"ต้าเป่าจี้กง"อาคารวังมหาสมบัติ มีภาพขนานใหญ่หน้าแท่นบูชาเด่นที่สุด มีผู้แอบเห็นมาว่ามีอรหันองค์หนึ่ง
แอบสวยอยู่ข้างพระศรีศากยมุนี สวยพอสู้กับพระพุทธรูปปางลีลา ที่แอบอยู่ข้างๆองค์พระประธานในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แห่ง
เมืองศรีสัชนาลัย

    อีกด้านหนึ่งที่เป็นอาคารเก่าเป็นหอธรรมเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิได้เด่นชัด และ สวยงามเหลืองอร่าม
ดั่งทอง ด้านหน้ามีระเบียงมีหลังคาทั้งสองด้าน ได้ตั้งรูปหล่อทองสัมฤทธิของเซียน อันเป็นเทพฯต่างๆของชาวจีนไว้ใน
ลักษณะต่างๆทั้งสองข้างระเบียง
    ก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปยังวัดลามะ ของพุทธทิเบต ย่านเชิงเขาหิมะมังกรหยก ในหน้า 4 ต่อไป……


 เซียนทองหล่อสัมฤทธิทั้งสองระเบียงหน้าหอธรรม

   
   ออกจากหมู่บ้านไป๋ซา เดินทางเลียบเชิงดอยไปทางทิศเหนือ อีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงวัดทิเบตคือ"วัดยวี่ฟง"แม้จะไม่เป็นวัดใหญ่โตมีชื่อเสียง แต่เมื่อมาถึงยูนนานแล้วก็ต้องชมไว้ประดับความรู้ ไม่ต้องไปไกลถึงทิเบต

รูปแบบของวัดอันมีภาพประตู ภาพผนัง ระฆังใบกลมที่ติดเรียงรายไว้เพื่อการเดินทำสมาธิและสวดมนต์ รวมทั้งธงราวสีต่างๆที่โยงไว้รอบวัดเป็นการอุทิศถึงผลบุญการทำทาน
ฯลฯ
 
  
  สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งจากเมืองเก่า และจุดต่างๆมักจะพบหญิงชาวนาซี ออกมาจับกลุ่มเต้นรำพื้นเมืองต้อนรับแขกที่มาเยือนรวมทั้งวัดแห่งนี้ก็ยืนดักกันหน้าวัด แถมชวนเชิญให้นักท่องเที่ยวเข้าแถวร่วมเต้นด้วย เพื่อควักเงินหยวนทำบุญเป็นสาธารณะกุศล ถัดไปอีกมุมหนึ่งเป็นเวทีการแสดงดนตรีพื้นเมืองนาซีแบบโบราณ ที่มีนักดนตรีสูงอายุให้เข้า
บรรยากาศ ก็จะเหมือนดนตรีพื้นเมืองสล้อ ซอ ซึงของชาวลานนา…

  ขับรถวนเวียนไปรอบๆเมือง แวะชมทิวทัศน์จากจุดพักผ่อนชมวิว ในสวนสาธารณะ สระน้ำมังกรดำชานเมืองลี่เจียง  เป็นอีกมุมหนึ่งที่ภาพจากนักท่องเที่ยวที่ออกมา เหมือนจะพิมพ์ออกมาจากภาพเดียวกัน จากมุมสะพานที่ทอดข้ามสระน้ำไปยังอาคารเก๋งจีนฝั่งตะวันตก และ เห็นภาพของดอยหิมะมังกรหยกอยู่เบื้องหลัง…
  "มุมนี้ก็เลยบันทึกเงาให้ป้าเค้าไว้ ในความทรงจำ ณ ศาลาพักผ่อนริมสระน้ำ ที่ได้ข้ามมาเที่ยวดินแดนในฝันลี่เจียงของ
ยูนนาน"

  ในบริเวณสวนสาธารณะ มีศาลาเก๋งจีนสร้างไว้เพื่อจัดงานนิทัศน์การ ด้านประตูกลางของสวน รวมทั้งศาลาพักผ่อน ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ในเนื้อที่กว้างขวางร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นับร้อยๆไร่ เดินเที่ยวพักผ่อนกันได้เป็นหลายชั่วโมง สระน้ำใสสะอาดที่เป็นอ่างเก็บน้ำใช้ได้ตลอดปี ทั้งเมืองลี่เจียง


  วันสุดท้ายเราก็ต้องอำลาจากเมืองลี่เจียง โดยจับรถไปยังเมืองใหม่ลี่เจียง อันเป็นศูนย์ย่านการค้า เดินดูของขวัญของที่ระลึกด้วยเวลาอันควร

   
  จับรถต่อไปยังท่าอากาศยานลี่เจียงที่ห่างจากตัวเมืองไปราว 30 กว่ากิโลเมตร ขึ้นเที่ยวในประเทศของยูยนาน เพื่อไปยังเมืองคุงหมิงต่อเที่ยวบินเดินทางกลับบ้านเมืองไทยตามรูปแบบไปไหนไม่ได้นาน 7 วันก็คิดถึงบ้านแล้วครับ.

อ้างอิง http://www.chiangmaicoffee.com/lijiang1..htm

About serithai1
จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ปลีก-ส่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: