นครวัดนครธม

           สิ่งก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์ชาวเขมรโบราณ ปราศาทราชวัง สร้างด้วยศิลาที่ยิ่งใหญ่ มีความวิจิตรพิศดาร เกินกว่ากำลังศรัทธา และ ปัญญาของมนุษย์จะสร้างสรรค์ขึ้นได้ นครที่กว้างขวางเป็นสถานเทวาลัย ก่อสร้างในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถวายแด่พระวิษณุเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17

ภาพที่บันทึกไว้ในความทรงจำ ครั้งหนึ่งของชีวิตที่ได้สัมผัสเที่ยวชมมาด้วยความประทับใจในความยิ่งใหญ่
ตระการตาน่าอัศจรรย์ใจของศาสนสถานโบราณอายุนับพันปีซึ่งอยู่ ณ.จังหวัดเสียมเรียบ หรือ "เสียมราฐ"
ในประเทศกัมพูชา ที่เสียมเรียบนี้มีปราสาทหินใหญ่น้อยอยู่ประมาณ๒๐๐แห่งสาเหตุที่มีปราสาทหินมากขนาดนั้น
ก็เพราะที่เสียมเรียบนี้เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรขอมโบราณหลายสมัย ได้แก่ เมืองพระนคร
(ยโศธรปุระ) และเมืองพระนครหลวง (นครธม) นั่นคือ  ปราสาทนครวัด (Angkor Wat)และปราสาทบายน (Bayon) 
ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกยุคแต่เดิม และเป็นที่น่าเสียใจที่ไม่ติดเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่

 


โคปุระหน้าพระปรางค์ด้านในซ้ายมือปราสาทฯ


พระปรางค์และระเบียงคตชั้นในด้านขวาปราสาทนครวัด

สำหรับคนไทยในวันนี้สามารถเดินทางไปกัมพูชาเพื่อเยี่ยมชมนครวัด-นครธม ได้สะดวกสบาย ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงนัก เพื่อศึกษาทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และ สถาปัตย์กรรมเขมรโบราณ ที่มีอดีตยาวนานนับพันกว่าปี "Ankor Wat" หมายถึงปราสาทนครวัดเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ตั้งอยู่นอกเมืองนครธมไปทางทิศใต้ แต่อยู่ภายในเมืองพระนคร  เทวสถานแห่งนี้สร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่๒ (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๑๖๕๖-๑๖๙๓) เพื่ออุทิศถวายพระวิษณุ (พระนารายณ ์)ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงมีชื่อเดิมว่า
 "ปราสาทวิษณุโลก " ต่อมาภายหลังมีพระสงฆ์เข้ามาพำนักอยู่ จึงเรียกกันติดปากว่า "นครวัด" ปราสาทนครวัดเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุด สง่างามที่สุด มีการวางผังและการจัดลำดับองค์ประกอบได้อย่างกลมกลืนลงตัวที่สุด ถือได้ว่าเป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดของการสร้างปราสาทหินของชาวขอมโบราณ
นครวัดเป็นปราสาทที่สร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างราว ๑๓๐๐ เมตร และยาวราว ๑๕๐๐ เมตร มีคูน้ำขนาดกว้าง ๑๙๐ เมตร ยาวด้านละ ๑๙๐๐ เมตร ล้อมรอบทางทิศตะวันตกซึ่ง
เป็นด้านหน้าจะมีถนนข้ามคูน้ำกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐๐ เมตร ทอดตัวตรงเข้าไปสู่ใจกลางปราสาท เมื่อเดินตามถนนข้ามคูน้ำเข้ามาแล้ว ก็จะพบระเบียงหินรูปสี่เหลี่ยมกว้าง ๘๐๐ เมตร ยาว ๑๐๐๐ เมตร ล้อมรอบตัวปราสาทตรงกลางเอาไว้  ที่ระเบียงด้านทิศตะวันตกนี้จะมีประตูใหญ่ ๕ ประต ูซุ้มประตูทางด้านขวาประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์แปดกรขนาดใหญ่  เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูตรงกลางเข้ามาแล้วจะมีทางเดินใหญ่ความยาว๓๕๐เมตรตรงไปยังลานรูปกากบาท..

    ตัวปราสาทซึ่งตั้งอยู่บนฐานสูง มีระเบียงล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม ๓ ชั้นระเบียงชั้นนอกสุดกว้าง ๑๘๗ เมตร ยาว ๒๑๕ เมตร ตลอดผนังหินรอบระเบียงจะสลักลวดลายอย่างวิจิตรงดงาม เป็นแผ่นภาพนูนต่ำสูงราว ๒ เมตร มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระนารายณ์และอวตารปางต่างๆ ของ
พระองค์ รวมทั้งภาพขบวนทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างปราสาทนครวัด ซึ่งเปรียบพระองค์เองเป็นอวตารของพระนารายณ์ (พระวิษณุ) ด้วยเช่นกัน ระเบียงชั้นที่สองอยู่ถัดเข้ามาด้านในกว้าง ๑๐๐ เมตร ยาว ๑๑๕ เมตร มีปรางค์ ยอดหักอยู่สี่มุม ล้อมรอบระเบียงชั้นในสุด ซึ่งตั้งอยู่บนฐานศิลา มีบันไดสูงชันทอดขึ้นจากพื้นสู่ตัวระเบียงเบื้องบน แต่ละขั้นของบันไดนี้แคบมากจนต้องเดินขึ้นอย่างระมัดระวัง มีปรางค์ขนาดใหญ่อยู่ที่มุมทั้งสี่ของระเบียงล้อมรอบปรางค์ประธานองค์กลางซึ่งสูง ๖๕
เมตร ระเบียงชั้นนี้ถือเป็นที่ประทับของเทพเจ้า ผู้ที่จะขึ้นมาบนระเบียงชั้นนี้ได้มีเฉพาะกษัตริย์กับนักบวชสมณศักดิ์ระดับสูงเท่านั้น

    

 



ด้วยความที่สร้างเป็นเทวาลัย หรือทิพยวิมานบนสรวงสวรรค์
ของพระวิษณุเทพ แวดล้อมด้วยเหล่าเทพธิดามาร่ายรำขับกล่อม
เทพธิดาเหล่านี้ก็คือรูปสลักนางอัปสรนครวัดจำนวนมากมาย
ถึง ๑,๖๓๕ นาง ที่อยู่บนฝาผนังระเบียงและซุ้มประตูทุกชั้น
และมีลักษณะหลากหลายไม่ซ้ำแบบกันเลยนครนี้จึงเต็มไป
ด้วยภาพของเทพธิดานางฟ้า  วิจิตรพิสดารในฝีมือช่างสมัยนั้น
 

               

  "Angkor Thom" หมายถึง เมืองพระนครหลวง หรือ นครธม (ธมแปลว่าใหญ่) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่๗ (ครองราชย ์
ระหว่าง พ.ศ. ๑๗๒๔-๑๗๕๘) โดยมีปราสาทบายน (บรรยงค์) เป็นจุดศูนย์กลาง นครธมเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความยาวด้านละ ๓ กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง ๗ เมตรตั้งอยู่
ภายในเมืองพระนคร ตรงกลางกำแพงแต่ละด้านมีประตูด้านละ๑ประตูทั้งสี่ทิศ ยกเว้นทิศตะวันออกม ี๒ ประตู แต่ละประตูทำเป็นยอดรูปพรหมสี่หน้า ๓ ยอด มีรูปสลักเทวดากับอสูรกำลัง ฉุดลากพญานาคขนาดใหญ่อยู่สองข้างทางเข้าประตูข้างละ๕๔รูป
   ประตูขนาดใหญ่ที่มียอดรูปพรหมสี่หน้า ๓ ยอด ประตูนี้เป็นประตูทางเข้าด้านทิศใต้ของนครธมหรือเมืองพระนครหลวง ใจกลางนครธมเป็นที่ตั้งของปราสาทหินเนื่องจากพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงหันมานับถือพระพุทธศาสนาและทรงสถาปนาพระองค์เองเป็นพุทธราชาแห่งนิกายมหายานดังนั้นใบหน้าบนยอดปรางค์
ของปราสาทบายนก็คือพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์โลเกศวรที่มีพระพักตร์อยู่ทั่วทุกทิศทุกทาง อีกนัยหนึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เอง อันแสดงถึงพระราชอำนาจของพระองค์ที่มีไปทั่วทุกสารทิศด้วยทรงถือว่าพระองค์เป็นอวตารของพระโพธิสัตว์บนโลกมนุษย์ ปราสาทบายนนี้ยังคงสร้าง
ตามคติความเชื่อเรื่องโครงสร้างจักรวาลโดยปรางค์ประธานซึ่งอยู่ตรงกลางนั้นเป็นประดุจเขาพระสุเมรุศูนย์กลางแห่งจักรวาลนั่นเอง

      นครวัด-นครธม…๓
      
นครแห่งปราสาทศิลาที่มากมาย นับเป็นร้อยๆปราสาทในนครวัด-นครธม เฉพาะใน
    เมืองหลวง(นครธม)ก็หลายสิบแห่งที่สนใจก็มีปราสาทบายน ประสาทตาพรหม
    ปราสาทปา-ปวน ปราสาทพระโค ปราสาทบากอง ประสาทโลเลย และ ปราสาทบันทายสรี
      นครแห่งศิลปะขอมโบราณ ที่เต็มไปด้วยหินแกะสลักลายวิจิตรพิศดาร และ โดยเฉพาะ
    นางอัปสร นั้นจะมากมายเป็นพิเศษ และ แต่ละปราสาท ผนังกำแพง จะแตกต่างรูปแบบ
    ความสวยงาม อัปกริยาที่ไม่เหมือนกัน สนใจเก็บรายละเอียดกันจริงๆแล้วเห็นจะต้องใช้
    เวลาอยู่เสียมเรียบเป็นอาทิตย์
   

    


 นอกจากลายแกะสลักหินแล้ว ปราสาทบายนแต่ละปรางค์สลักเป็นรูปใบ
หน้าขนาดใหญ่อยู่ ๔ ทิศ เฉพาะปรางค์ประธานองค์กลางขนาดใหญ่สูงถึง ๔๒ เมตร
นั้นมีรูปใบหน้าอยู่ทั้ง ๘ ทิศ รวมใบหน้าในปราสาทบายนทั้งหมดกว่า ๒๐๐ หน้า


   ปราสาทตาพรหม
เป็นปราสาทที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสร้างขึ้นใน พ.ศ. ๑๗๒๙ เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดาของพระองค์ มีจุดเด่นคือปกคลุมไปด้วยต้นไม้และรากไม้ในช่วงที่ปล่อยทิ้งล้างภายหลังราว 500 ปีมีขนาดใหญ่มหึมาทำให้ยังคงสภาพเป็นธรรมชาติอยู่มาก

       


ปราสาทวิจิตรที่ประทับใจ..
ปราสาทบันทายสรี แปลว่า ป้อมแห่งสตรีและความรัก
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง

 
    
    ปราสาทบันทายสรี
ปราสาทวิจิตรที่ประทับใจ.. ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ปราสาทบันทายศรีแปลว่า
ป้อมแห่งสตรีและความรัก ห่างออกไปประมาณ๓๐กิโลเมตร สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๑๕๑๐ โดยพราหมณ์ยัชญวราหะเพื่ออุทิศถวายพระอิศวรเป็นปราสาทที่สร้างด้วยศิลาทรายสีชมพูแกะสลักเป็นลวดลายที่ละเอียดละออและงดงามที่สุด ปราสาทแห่งนี้มีประตูซ้อนกันหลายชั้น ยิ่งก้าวเข้าใกล้ตัวปราสาทเข้าไปเท่าใด ประตูก็ยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่านั้น

              
  ผ่านโคปุระชั้นนอกไปตามทางที่ปูลาดด้วยหินทรายเหลี่ยม ไปจนถึงโคปุระชั้นใน หน้าจั่วที่เป็นลาดก้านขด เมื่อมองดูส่วนที่เป็นปั้นลมแล้ว คล้ายกับปั้นลมเขาพระวิหารมาก สลักเป็นภาพพระคชลักษมี โดยรอบเป็นลายพฤกษานานาพรรณ สลักได้ละเอียด คมชัดและดูอ่อนช้อย ที่ทับหลังทำเป็นลายพวงมาลัย ลักษณะเด่ดของศิลปะบันทายศรี และมีปรางสลับซับซ้อนสวยงามเป็นหินทรายสีชมพูไปทั่วปราสาทแห่งนี้

           
   หากท่านสมาชิกที่สนใจมีโอกาสเดินทางไปเยือน จะทราบว่าความยิ่งใหญ่อลังการที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ของนครวัด-นครธมนั้นยังมีอีกมากมาย สูงค่ากว่าฝีมือของชาวกรีกและโรมันสร้างไว้…และน่าอัศจรรย์ใจมากกว่าที่ไม่ติดอันดับ..
7 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ปีนี้ เพียงแค่เทียบกับรูปหล่อเทปูน องค์ศาสดาของศาสนาฯบนดอยแห่งหนึ่ง..ก็กินขาดแล้ว

 

   
      หยิบยกมาเล่ากล่าวย้ำโดย"ลุงรภ-ป้าอ้อย"ที่ไปเยือนมา
   เมื่อปี 49 ที่ผ่านมานี้ ยังประทับใจและอยากกลับไปอีกครั้ง

About these ads

About serithai1
จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ปลีก-ส่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 26 other followers

%d bloggers like this: